|
03 ธันวาคม 2009
หากคุณเป็นมนุษย์เงินเดือนคนหนึ่ง ปลายปีนี้คุณคาดหวังอะไรจากการทุ่มเททำงานหนักเพื่อ บริษัทบ้างใช่หรือไม่? คุณคิดเรื่องโบนัส การขึ้นเงินเดือน หรือการโปรโมทหรือไม่? แน่นอนว่าคนทำงานทุกคน ต้องการความก้าวหน้าไม่ใช่แค่ตำแหน่งงานและภาระหน้าที่ที่เพิ่มขึ้น แต่หมายถึงค่าตอบแทนที่เพิ่มขึ้นด้วย หากคุณกำลังมีความคิดที่จะเจรจาเรื่องค่าตอบแทนกับนายจ้าง ต่อไปนี้คือคำแนะนำที่ช่วยคุณได้ก่อนที่จะเดินดุ่มๆ เข้าไปคุยแบบหลักลอย โดยไม่มีการเตรียมพร้อมเลย
กำหนดเวลาที่จะคุย
เวลาที่เราต้องการจะคุยเรื่องขอขึ้นเงินเดือน นายจ้างมักไม่ค่อยจะมีเวลาให้เรา ถ้าคุณไม่แสดงให้นายจ้างเห็นว่าคุณจริงจังกับเรื่องนี้ คุณอาจถูกปฏิเสธคำขอได้อย่างง่ายดาย ดังนั้น การนัดหมายล่วงหน้าทำให้คุณมั่นใจได้ว่านายจ้างรู้ตัวและพร้อมที่จะคุยกับคุณในประเด็นดังกล่าว ดีกว่าคุณโผล่เข้าไปในห้องของเขาโดยไม่ได้นัดหมาย และถูกปฏิเสธกลับมาอย่างรวดเร็ว
ยกเหตุผลที่แข้มแข็งสนับสนุน
เมื่อพนักงานพูดถึงเรื่องเงินเดือน แน่นอนว่าเจ้านายต้องถามว่า ทำไมคุณถึงควรได้รับการขึ้นเงินเดือน ซึ่งคุณก็คงมีคำตอบในใจอยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นคุณคงไม่กล้าขอคุยกับเขาหรอกจริงไหม ที่อยากจะเพิ่มเติมคือ ควรเป็นการพูดคุยอย่างมีเหตุและผลที่ทำให้คุณมั่นใจว่าจะทำให้นายจ้างเห็นสมควรอนุมัติขึ้นเงินเดือนให้คุณ ไม่ใช่เพียงคุณคิดไปเองว่าคุณทำงานหนัก แต่ควรชี้ให้นายจ้างเห็นว่าคุณทำประโยชน์ให้แก่บริษัทมากเพียงใด
ถามคำถามกลับ
ไม่ใช่แค่ถูกนายจ้างปฏิเสธการขึ้นเงินเดือน แล้วคุณก็ถอดใจ สิ้นหวังกับสิ่งที่คุณต้องการ สิ่งที่คุณควรทำคือ พยายามหาให้พบว่าเหตุใดนายจ้างถึงปฏิเสธการขึ้นเงินเดือนให้คุณด้วยการถามคำถามกลับอย่างสุภาพ เพื่อที่คุณจะนำคำตอบที่ได้ไปดีขึ้นก่อนที่คุณจะมั่นใจกลับไปขอเงินเดือนขึ้นอีกครั้งหนึ่ง
ตั้งใจทำงานต่อไป
สิ่งเลวร้ายที่สุดสำหรับพนักงานเมื่อได้รับการปฏิเสธ คือการทำตัวมีปัญหา ประท้วง ต่อว่านินทานายจ้าง หรือแกล้งทำให้งานสะดุดติดขัด แทนที่จะทำเช่นนั้น ควรหันกลับมาตั้งใจทำงาน ทำให้นายจ้างเห็นว่าคุณเป็นมืออาชีพ และสมควรได้รับในสิ่งที่คุณเรียกร้องจริง ๆ เมื่อมีการพิจารณาเงินเดือนในรอบต่อไป มั่นใจได้ว่านายจ้างจะรับรู้ในความตั้งใจของคุณ จะถูกนำมาประกอบการพิจารณาอย่างแน่นอน
ขอบคุณข้อมูลจาก JobsDB










